[Daredevil AU] Old memories of us (Maybe 18+)

ฉบับใสๆๆมาจากตอนนี้  (ไรท์อาจแต่งเรทไม่ค่อยคล่อง)

 

 

 

เมลานี่ยังคงนอนบนเตียงทั้งที่ควรจะตื่นได้แล้ว มิเรน่าเลยเอาน้ำหยอดหูอีกคน ทำเอาคนที่นอนสะดุ้งตื่น ” ไปทำงานได้แล้วเมลลี่!! ” คนที่นอนเลยต้องจำใจลุกจากเตียงแล้วเริ่มปลอมตัวทันที วันนี้เมลานี่แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตกับกระโปรงสั้นเหนือเข่าสีน้ำเงิน

 

 

 
” อา…ผู้ช่วยของชั้นมาทำงานซะที ” เวสลีย์มายืนข้างหลังอีกคน ใบหน้าของเขาใกล้กับเธอมาก ” คุณเวสลีย์ มันไม่ดีนะที่จะให้ใครมาเห็นว่าเลขาของนายจ้างมาอยู่กับผู้ช่วย ” คนตรงหน้าหัวเราะพลางเกลี่ยผมอีกคน ” เธอซื่อจริงๆ มิสแมกดาเลน่า ” ในใจเมลานี่อยากหน้าแข้งคนตรงหน้ามาก ณ ตอนนี้ แต่เธอทำไม่ได้

 

 

 

 

 

 

” นายครับ คุณฟิกส์ให้คุณไปพบนะครับ ” ฟรานซิสเดินเข้ามา เวสลีย์ส่งเสียงในลำคอ ” เธอนี่น่าดวงดีซะมัด มิสแมกดาเลน่า ” หญิงสาวถอนหายใจพลางไปห้องน้ำ และกดโทรศัพท์หาอีกคน ” มีอะไรเมลลี่ ” มิเรน่ารับสาย ” น้อง-เพิ่ง-ถูก-ไอ้-สี่ตา-ลวน-ลาม ” ปลายสายกรี๊ด ” มันอยู่ไหนพี่จะไปยิงไอเซอร์ใส่!! ” ร่างบางปราม ” อย่านะพี่ เดี่ยวแผนแตก ”

 

 

 

 

 

 
” ก็ได้ๆอ๋อ!เย็นนี้วลาดชวนฉันกับเธอไปทานข้าวนะ โทลี่ก็ไปด้วย~ ” เมลานี่หน้าแดงเมื่อได้ยินชื่ออีกคน ” จริงหรอ.. ” อีกคนตอบ ” ใช่..ดังนั้นเลิกงานที่นั้นปุ๊บมาหาพี่ทันทีเลย!! ” เธอกดวางสายแล้วเดินออกจากห้องน้ำ จึงเจอกับเวสลีย์อีกครั้ง ” คุณช่วยมากับผมหน่อย มิสแมกดาเลน่า ” เขาพูดเสียงนิ่ง

 

 

 

 

 

 

 
ขณะนี้เธอตามเวสลีย์มาที่ตึกแห่งนี้ โดยที่เขาเดินไปที่ประตุที่มีกระดาษแปะว่า ‘ เนลสัน แอนด์ เมอร์ด็อค ่ เมลานี่สบถในใจอีกครั้ง ‘ เอาอีกแล้ว!! ‘ เวสลีย์หันมาทางอีกคน ” มัวยืนอะไรตรงนั้น มิสแมกดาเลน่า เราต้องคุยกับ…คุณทนายนะ ”

 

 

 

 

 

 
ณ เวลาค่ำของวันนั้น

 

เมลานี่กระชากวิกผมออกจากหัวทันทีที่เข้าห้องพัก เธอเดินไปเปลี่ยนเสื้อไปเดรสเกาะอกสีดำกับรองเท้าส้นสูงสองนิ้ว นั้นทำให้ขาอีกคนยิ่งดูเรียวยาวกว่าเดิม ” แต่งแบบนี้เดี๋ยวโดนใครฉุดไปหรอก ” อนาโตลี่พูดขึ้น ” แถมเมื่อวานใครก็ไม่รู้เมาหลับคาหลังเบาะ จนคนขับอุ้มไปส่ง ” หญิงสาวถึงกับหน้าแดงเพราะเธอเพิ่งรู้ว่านั่งแท็กซี่คันเดียวกับที่อนาโตลี่ขับ อีกคนหัวเราะ ” เอาเถอะๆมิเรน่ากับวลาดรอเราอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ละ ”

 

 

 

 

 

 

 

เขาเดินไปจูงมืออีกคนแต่ก็ชะงักเลยทำให้อีกคนขมวดคิ้ว ” เอ่อ…คือ… ” เมลานี่ควงแขนอีกคน ” มองอะไรรีบพาฉันไปหาพี่ได้แล้ว ” ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกหงัก ร่างสูงเดินกับอีกคนไปตามทาง แต่แล้วเธอก็ถามขึ้น ” ไปสักมา? ” หญิงสาวมองมืออีกคน ” …ตอนที่ติดคุกที่ไซบีเรียนะ ” เธอซะงักพลางมองหน้าอีกคน ” เป็นเพราะฉันกับพี่หรือเปล่า… ” ร่างบางมองหน้าอีกคน ” เฮ้…ไม่ใช่เพราะเธอหรอกเมลานี่ ” เขาจับบ่าอีกคน ” ไม่ใช่เพราะเธอ…. ” หน้าของทั้งคู่ใกล้มาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” อะแฮ่มๆอาหารจะชืดแล้วนะ และมีใครบางคนกำลังโมโหหิว ” มิเรน่าพูดยิ้มๆพร้อมทั้งพยักหน้าไปทางวลาดิเมียร์ที่นั่งหน้าบึ้ง ทั้งสามเลยเดินไปนั่งที่โต๊ะ ” เมลานี่โตขึ้นเยอะเลย ครั้งล่าสุดที่เห็น…ตัวเล็กนิดเดียว ” วลาดิเมียร์พูด เมลานี่แว้ก ” หัวฉันสูงเลยไหลโทลี่แล้วกัน! ” อนาโตลี่แซว ” ถอดส้นสูงแล้วมายืนเทียบไหมเมลลี่~~ ” หญิงสาวนั่งหน้าหงิก ” ขอให้พี่มิเรน่าไม่รัก! ” ชายหนุ่มผมทองสะดุ้ง ” เถอะน่าวลาด น้องฉันพูดไปงั้นๆแหละ ”

 

 

 
21.30

 

 

 

 
เมลานี่กับอนาโตลี่นั่งอยู่ในห้องกันสองต่อสอง ส่วนวลาดิเมียร์กับมิเรน่าก็กำลังล้างจานอยู่ในห้องครัว ” เมลานี่ ค่อยๆกระดกสิ ” ร่างสูงพูดพลางกระดกดื่มเหล้าในมือ ” ทำไมมม โทลี่ ” เมลานี่พูดด้วยความเมาพลางขึ้นนั่งตักอีกคน ” เขาว่าเวลาที่คนสองคนเมา มักจะ… ” อนาโตลี่จ้องนัยต์ตาสีน้ำตาลเทาของเมลานี่ นัตย์ตาที่ตอนนี้กำลังจ้องเขา

 
” ฉันจูบนายได้ไหม ” เธอเล่นผมอีกคน ชายหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรแต่เขารั้งร่างบางมาใกล้ก่อนจะประกบจูบไป ทั้งสองจูบเบาๆก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นแบบเร่าร้อน มือเรียวเล่นกับกระดุมเสื้ออีกคน ” มือซนนะเมลานี่ ” เขาพูดยิ้มๆ พลางลูบขาเนียน ” อนาโตลี่…ฉันต้องการนายตอนนี้ ” ชายหนุ่มเข้าใจสิ่งที่อีกคนสื่อจึงดันอีกคนไปกับเตียงและขึ้นคร่อมอีกคน มือหนาลูบไปตามเรียวขาจนกระทั้งถึงชายกระโปรง

 

 

 

 

 
….ราวกับอุณหภูมิห้องมันค่อยๆเพิ่มขึ้น

 

 

 

 

อนาโตลี่เริ่มมีความรู้สึกบางอย่างกับคนที่นอนอยู่ใต้เขาตอนนี้ กว่าจะรู้อีกทีมือของเขาก็รูดซิปกระโปรงอีกคน เมลานี่โอบคออีกคนพลางจูบหยอกกับริมฝีปากหนา คืนนั้นมีแค่ทั้งสองที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนอน ทั้งคู่จ้องตาซึ่งกันและกัน

 

 

 

 

 

มืออนาโตลี่ลูบต้นขาเนียน เมลานี่ดึงหน้าอีกคนมาจูบก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากอีกคน ขาของร่างบางโอบเอวอีกคน ชายหนุ่มส่งเสียงในลำคอก่อนจะเลื่อนไปที่ลำคอเนียนของอีกคน เขาขบกัดพอที่จะทิ้งรอยแดงแสดงความเป็นเจ้าของอีกคน หญิงสาวส่งเสียงครางออกมานั้นยิ่งทำให้อีกคนได้ใจ สักพักก็โดนร่างที่อยู่ข้างล่างดันชายหนุ่มลงไปกับเตียง นิ้วเรียวลูบไปตามหน้าท้อง สัมผัสของร่างบางให้ความรู้สึกเหมือนขนนก เขารู้สึกเคลิ้มกับสัมผัสอีกคน

 

 

 

 

 

 

และแล้วมือเธอไปเกี่ยวขอบกางเกงยีนส์ เมลานี่ไม่ได้ปลดตะขอแต่กลับลูบตรงง่ามขา อนาโตลี่จ้องอีกคนด้วยสายตาราวจะขยำร่างบางตรงหน้า เขาจับอีกคนกดกับเตียงและกระชากชั้นในออกจากร่างอีกคน นิ้วของเขาสอดเข้าไปช่องทางอีกคน

 

 

 

 

 

” เธอยังบริสุทธิ์อยู่นี่…. ” เมลานี่แหงนหน้ามาขบใบหูอีกคน ร่างสูงลุกมาจากเตียงพลางถอดกางเกงออกก่อนจะรั้งร่างบางมาใกล้ก่อนจะสอดแก่นกายเข้าช่องทาง  ” อนาโตลี่…อ๊ะ ” อีกคนร้องออกมาเมื่อเขาขยับสะโพก หญิงสาวเลื่อนขามาโอบเอว นิ้วเรียวขูดไปตามแผ่นหลังกว้าง เธอจ้องนัยต์ตาสีฟ้าเข้มของคนตรงหน้า มือเรียวเกี่ยวผมอีกคนเล่น ทั้งคู่ครางชื่ออีกฝ่ายก่อนจะถึงฝั่งฝัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มค่อยๆถอดสิ่งนั้นออกจากร่างบางและเอากระดา๋ทิกชูมาเช็ดน้ำขาวออกจากขาอีกคน ก่อนจะหยิบเสื้อเชิ้ตสีเข้มมาใส่ให้ร่างบางที่กำลังนั่งพิงหัวเตียง ก่อนที่จะเขาจะสวมกางเกงบ็อกเซอร์สีดำ แล้วเขาขึ้นไปนอนข้างๆร่างบาง ซึ่งเธอพิงหัวกับไหล่กว้าง เขาห่มผ้าให้ตนเองและคนข้างกายเขาในตอนนี้

 

 

 

 

 

 

 

” โทลี่… ” นิ้วเรียวลูบรอยสักที่บนหน้าอกอีกคน ” มันหมายถึงอะไร… ” Prince of Thieves… ” หญิงสาวอมยิ้มพลางเล่นผมอีกคน ” ฉันกำลังเดทกับมาเฟียรัสเซียอยู่เปล่า ” เขารั้งร่างบางมาใกล้ๆ ” หัวหน้าต่างหากคนสวย ” ในใจเมลานี่เริ่มร้อนรน เพราะเธอกำลังดึงอีกคนมาเสี่ยงหรือเปล่า ร่างบางเข้าใกล้อีกคน อนาโตลี่กอดอีกคนไว้แน่น ” ฉันไม่อยากให้เป็นแค่ฝัน…. ” หญิงสาวพึมพัม ชายหนุ่มกระซิบ ” มันไม่ใช่แค่ความฝันและผมรักคุณนะเมลานี่ ” เธอยิ้มพร้อมกับหลับตาลง

 

 

 

 

 

 

 

‘ อย่างน้อยก็ไม่ใช่วันไนท์สแตนด์ ‘

Advertisements

[Drabble] Daredevil : Tomorrow?

If you are RT 8 times, Draw Matt & Elektra like Bonny and Clyde.
#OTProles http://en.shindanmaker.com/429953

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ไม่ต้องรอคนมารีหรอก เพราะโม่จะเขียนเอง #ฮาาาา เห็นมีคนทำแฟนอาร์ทคู่นี้ แอบจิ้นคุณทนายกับนักฆ่าสาวล่วงหน้า ไม่ต้องรอซีซั่น2แม่มมม

 

 

[Drabble] Daredevil : Tomorrow

Paring : Matt Murdock / Elektra Natchios

Fandom : Daredevil

Type : AU Fiction (Bonny and Clyde style!)

 

 

ชื่อของแมท…..ไม่สิ อิเล็คตร้าและแมท ปรากฎตามหนังสือ สำนักข่าว หมายจับทั่วสหรัฐฯในฐานะคู่รักจอมโจร ซึ่งทางการเอฟบีไอต้องการ….จับตาย

 

 

 

 

“แมท ทางการต้องการจับตายนายกับอิเล็คตร้าวะเพื่อน” ฟ็อกกี้หนึ่งในสมากชิกแก๊งค์โจรพูดขึ้น เขาเดาได้ว่าหลังจากที่อิเล็คตร้าได้เผลอฆ่าสองพี่น้องนายตำรวจที่มีนามสกุลแรนคาฮอฟ ทางการเลยสั่งจับตายคู่รักจอมโจรคู่นี้ เพราะทั้งคุ่ได้ฆ่าคนไปหลายคนแล้ว ซึ่งมีตำรวจเป็นหนึ่งในนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อย่าคิดมากน่าฟ็อกกี้ เดี๋ยวฉันกับอิเล็คตร้าก็หนีรอดเหมือนทุกทีแหละ” แมทพูดด้วยน้ำเสียงปกติแต่ในใจเขากลับกลัว เขากลัวว่าเขาอาจจะมีจุดจบเดียวแบบคู่รักจอมโจรบอนนี่และไคลล์ที่โดนดักยิงตายคารถที่หลบหนี หากพรุ่งนี้เขาตายคนเดียวละ อิเล็คตร้าจะอยู่ได้ไหม ถ้าเขาไม่อยู่ แต่เขายอมตายคนเดียวดีกว่าให้อีกคนมาตายด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

“แมท…” อิเล็คตร้าเดินมาข้างหลังชายหนุ่ม เธออยู่ในเสื้อโค้ตของแมท  ชายหนุ่มหันมาโอบกอดเธอไว้ “อิเล็คตร้า ข้างนอกมันหนาวนะ คุณกลับไปข้างในเถอะ” เธอส่ายหน้าพลางซุกอีกคน

 

 

 

 

“ฉันไม่อยากนอนคนเดียว….คุณมานอนด้วยสิแมท” แมทพยักหน้าเบาๆก่อนจะซ้อนตัวอีกคนไปห้องนอน “เชิญนอนได้เลยครับ คุณผู้หญิง” เขานอนข้างหญิงสาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อิเล็คตร้า….พรุ่งนี้ผมจะไปปล้นธนาคารคนเดียวนะ” อิเล็คตร้าส่ายหน้า “ไม่มีทางคุณไปไหน ฉันไปด้วย” แมทถอนหายใจ เขาจูบหน้าผากอีกคน “คุณนี่ดื้อจริงๆ” เธอหัวเราะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“แมทธิว ไมเคิล เมอร์ด็อท คุณกำลังว่าว่าฉันใช่ไหม…?” แมทหัวเราะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เปล่านะครับ….” เขาซุกกอดเธอแน่น อิเล็คตร้ามองนัยต์ตาสีน้ำตาลเข้มของอีกคน “แมท….ฉันรักคุณนะ” ชายหนุ่มกอดอีกคนแน่นกว่าเดิม “ผมก็รักคุณนะ อิเล็คตร้า”  ทั้งคู่ไม่รู้ว่าทั้งคู่จะตายเมื่อไร แต่พวกเขารู้แค่ว่าพวกเขามีกันและกันก็พอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

***********

 

 

โม่มาปล่อยฟิคสั้น(ค่อดด)ค่ะ อึดอัดและเก็บกดมากกกกกกกกกกกก ส่วนฟิคอื่นๆว่ากันทีหลัง #ถรุ้ยยยยยยย

ส่วนใครงงว่าทำไมแมทกับฟ็อกกี้เป็นตัวร้ายละก็เพราะนี้มันเอยูบอนนี่และไคลล์สไตลล์ค่า ตัวละครเลยนิสัยเปลี่ยนเลย มาเวิ่นแค่นี้ค่ะ บายยสสสสสสสสสส์

 

 

 

 

 

จาก

 

 

 

 

 

โมโม่น้อย เอง

 

 

[Star Trek Fic] What side are you loyal ? (Intro)

Pairing : John Harrison x Marla McGivers
Type: AU fanfiction

*แฟนฟิคนี้แต่งเพื่อความบังเทิงของเจ้าของบล็อกเท่านนั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาพยนต์ สถานที่ บุคล เหตุการณ์จริง สถานที่ใดทั้งสิ้น

Note

-ฟิคนี้เกิดจากความบ้าล้วนๆอีกครั้ง

-ไรท์อยากเห็นโมเม้นสตาร์เทรคและเดอะ ฮอบบิท ครอสโอเวอร์เอเจนต์ออฟชีลด์

– ฉันติดบ่วงสายลับ

**************************************************

Intro

มาร์ล่า แม็คกิ๊ฟเวอร์เดินมาหยุดที่ตึกทริสเกรเลี่ยนตรงหน้า มันไม่ง่ายเลยสำหรับสาวที่เพิ่งหย่างเข้าสู่อายุ 25 ปีที่จะใช้ชีวิตอยู่ในชีลด์อคาเดมี่ในฐานะลูกสาวบุญธรรมของผอ.คริสโตเฟอร์ ไพร์ค ผู้ซึ่งรับเลี้ยงเธอตั้งแต่เธอจำความไม่ได้ เรื่องพ่อแม่ตนเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จนกระทั่งวันนี้……

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สาวผมน้ำตาเข้มได้มาสู่จุดมุ่งหมายสูงสุดของเอเจนต์ที่จบมาใหม่ๆ หญิงสาวยืนมองอยู่เนิ่นนานก่อนจะเดินเข้าตึกไป เธอลุ้นว่าจะได้ตำแหน่งภาคสนามไหม  ร่างบางขึ้นลิฟต์ไปยังห้องทำงานของพ่อบุญธรรม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

‘ตื่นเต้นจัง…. ’ เธอคิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สักพักประตูลิฟต์เปิดแล้วมีชายหนุ่มสองคนเข้ามาข้างใน เธอจึงเขยิบที่เพื่อให้สองคนนั้นยืนได้สะดวก ” เฮ้!ฟิลี ตกลงห้องทำงานผอ.ไพร์คอยู่ส่วนไหนของตึกเนี่ย เราเดินวนมาสองรอบแล้วนะ ” ชายหนุ่มผมดำเอ่ยขึ้นชายผมทองข้างๆ ” แล้วจะไปรู้ไหม!? คิลี ”  เขาหันมาตอบ นั้นทำให้มาร์ล่ารู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ” เอ่อ…พวกนายไปรายงานตัวใช่ไหม ” เธอตัดสินใจพูดขึ้น ” ใช่! ” ทั้งสองตอบขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” เดาว่า….พวกนายคงไม่ได้ไปชั้นบนนะ… ” เธอพูดจบประโยค ประจวบกับลิฟต์ขึ้นถึงที่หมายพอดี เมื่อประตูลิฟต์เปิด ทั้งสามจึงพบชายหนุ่มสูงวัยยืนกอดอก ผมของเขามีดำเข้มแต่แอบมีหงอกบ้างเล้กน้อย นัยต์ตาสีฟ้า ท่าทางมาเจสติก(?)  ” คิลี ฟิลี ทำไมหลานมาช้า ตอนนี้ท่านผอ.ไพร์ครออยู่นะ ” เขาหันไปทางมาร์ล่า แล้วตกใจเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ ” เธอก็ด้วยสาวน้อย ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” โหย ลุงธอรินครับ เราสายไม่กี่วิเอง ” คิลีบ่นอุบอิบ มาร์ล่ารู้เลยว่าคนตรงหน้า คือ ลุงของสองคนนี้ ” ถามหน่อยหน่วย S.H.I.E.L.D ย่อมาจากอะไร คิลี ฟิลี ” ธอรินถามขึ้น ทั้งสองยืนคิด มาร์ล่าจึงตอบออกไป ” ย่อมาจาก Strategic Homeland Intervention, Enforcement, and Logistics Division แล้วพอมาย่อจึงได้คำว่า S.H.I.E.L.D ที่แปลว่า โล่ห์ ” ธอรินยิ้มกับคำตอบของเธอ ” ดีมากสาวน้อย ” ธอรินเปิดประตู ” เชิญทั้งสามเข้าไปได้ ” ฟิลี คิลี และมาร์ล่าจึงเดินเข้าไปในห้อง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สองชั่วโมงผ่านไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” วู้ว ฉันได้ระดับหนึ่งแล้ว ” คิลีตะโกนอย่างดีใจ มาร์ล่านั่งถอนหายใจแล้วพูด ” ถึงจะระดับหนึ่ง แต่เราอยู่สายภาคสนาม ดังนั้นเราเหนื่อยกว่าสายอื่นนะ ” ฟีลีหันมา ” เรายังไม่ได้รู้จักชื่อกันเลย งั้น… ฉัน ฟีลี ดูริน นี่ก็น้องชายฉัน คิลี ดูริน เราทั้งสองเป็นหลานของลุงธอริน ” มาร์ล่าพูดบ้าง ” ฉัน มาร์ล่า มาเดลีน แม็คกิ๊ฟเวอร์ หรือเรียกว่า มาร์ล่า หรือ มาร์ ก็ได้ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” ว่าแต่ลุงนายทำไมมองฉันแล้วอึ้งๆไปนะ ตอนที่เจอกัน ” เธอตัดสินใจถาม เพราะตอนที่ธอรินเจอหน้าเธอ หน้าของเขาเหมือนเห็นผี แต่ก่อนทั้งสองที่จะตอบ ก่อนมีเสียงประกาศเรียกเข้าทีม ” เซ็งเลย… ” เมื่อทั้งสามไปถึงลานจอดควินเจ็ต ก็พบว่าเธอกับคิลีได้ภารกิจแรกที่โกดังแห่งหนึ่งในแมนฮัตตัน ส่วนฟิลีต้องไปทำภารกิจกับธอรินที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

**************************

” เอเจนต์แฮริสันครับ ทำไมเราต้องมาซุ่มด้วย ” คิลีมองจากหลังกล่องเก่าๆที่วางสูง ” เอเจนต์ดูริน เราได้การรายงานมาว่า” อาจมีสายไฮดร้ามาซื้อขายอาวุธในจุดนี้ ” จอห์น แฮริสัน หัวหน้าทีมกล่าวขึ้น เขาได้รับคำสั่งให้มาเทรนเอเจนต์ใหม่ รวมถึงจับบุคลในลิสต์ภารกิจวันนี้ อันที่จริงเขาไม่อยากมาด้วยซ้ำ แต่…เนื่องด้วยเพื่อนผู้สุดจะมาเจสติกของเขาได้ขอเอาไว้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” เอาละ เด็กใหม่เธอเห็นอะไร ” จอห์นถาม ” เห็นมีคนพร้อมอาวุธ และกล่องบางอย่าง… ” คิลีตอบมา แต่มาร์ล่าส่องด้วยกล้องส่องทางไกล ” หัวหน้าค่ะ พวกนั้นมีกล่องที่เขียนว่า 0-8-4 ” ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าคว้ากล่องจากมือเรียวมาส่อง ” เวรละ… ”  เขารีบติดต่อกับผบ. ” ท่านครับ พวกเขาไม่ได้ค้าขายอาวุธ แต่เป็น 0-8-4 จะให้ผมกับทีมทำยังไงต่อ ” มาร์ล่าพยายามชะเง้อมอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปัง!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงปืนดังขึ้น ทำให้มาร์ล่าหยิบปืนมายิงโต้ตอบ ” พวกมันจับได้ละ ” บอร์กพูดขึ้น ” พวกชีลด์… จัดการพวกมันให้หมด!! ” เขาสั่ง ” โธ่เว๊ย! โดนจับได้ละ ” จอห์นสบถขึ้นพลางหาทางออก รวมถึง….ชิงกล่องนั้น ในสถานการ์ณนี่ทั้งสามเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะลูกทีมที่เหลืออยู่ภาคไบโอ ไม่ก็เคมี ส่วนดันมาป่วย จึงทำให้จอห์นหาวิธีรับมือ โดยไว ก่อนที่จะโดนฆ่าตายยยกทีม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” หัวหน้าครับ…. ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” อะไร? กระสุนเธอหมดรึไง ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” ไม่ใช่ครับ เอเจนต์แม็คกิ๊ฟเวอร์เขา…. ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พลั่ก!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มีร่างของคนกระแทกกับกล่องล้ม ทำให้จอห์นกับคิลีแทบหลบกล่องที่ล้มไม่ทัน ทั้งสองมองร่างที่นอนสลบ และเขามองหญิงสาวที่ยืน โดยมีคนนอนกองกับพื้น แถมร้องโอดโอยอยู่รายรอบ ” บอร์กละ ” จอห์นถามพลางมองมาร์ล่าที่กุมเอวตนเอง โดยมือที่ว่างถือกล่อง 0-8-4 อยู่ ” หนีไปได้ค่ะ แล้วจะทำยังไงต่อกับคนที่เหลือ ” ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ามองรอบๆ แล้วหันไปทางคิลี ” ไปแจ้งกำลังเสริมมาเก็บกวาดที่นี้ ส่วนเธอมาร์ล่าไปทำแผลที่เดอะบัสนะ ฉันว่าเอเจนต์โบนส์คงว่างอยู่ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ณ เดอะบัส

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” ยังดีที่ช้ำแค่นิดเดียว แต่ต้องทานยานะ เอเจนต์แม็คกิ๊ฟเวอร์ ” เอเจนต์โบนส์กล่าวขึ้น ขณะลงยาตรงบริเวณแก้มอีกคน โดยที่แคโรลกำลังตรวจสอบกล่อง ” ให้ตายสิโบนส์ นี่ใช้ตรวจไม่ได้เลย ต้องเอ็กซ์เรยเท่านั้น ” จอห์นที่เดินเข้ามาทีหลังพูดขึ้น ” งั้นเธอสองคนรู้ใช่ไหมว่าควรทำยังไง เอเจนต์แม็คกิ๊ฟเวอร์มาพบฉันที่ห้องทำงานหน่อย ” เธอเดินตามอีกคนไป ” ต่อไปเธออย่าลุยเดียวอีก เราต้องทำงานเป็นทีม รู้มั้ย! ” มาร์ล่าตอบอีกคน ” รับทราบค่ะ ” เขาพูดต่อ ” เชิญเธอไปพักได้ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

******************

” ให้ตายสิวะธอริน เด็กใหม่เกือบทำเสียเรื่องแล้ว ” หลังจากที่กลับมาทริสเกรเลี่ยน จอห์นก็มามุมประจำที่เขากับเอเจนต์ระดับสูงคนอื่นๆจะมาพูดคุยกัน ” เอาเถอะน่า เด็กใหม่ก็เป็นอย่างเนี่ย ทำอย่างกับนายไม่เคยเป็นนะจอห์น แฮริช แฮริสัน ” ธอรินพูดพลางจิบกาแฟ แล้วพูดต่อ ” เดี๋ยวฉันไปจัดการคิลีเอง ” จอห์นส่ายหน้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

”  ไม่ใช่หลานนายหรอกที่เกือบทำเสียเรื่อง ฉันหมายถึงมาร์ล่า ” ธอรินชะงัก แล้วพูดต่ออย่างเร็ว พลางจับไหล่เพื่อนตนเอง ” เธอบาดเจ็บ!? โดนยิง!? บอกฉันมา! ” จอห์นปัดมือ ” ใจเย็นสิว้อยยย เธอซัดคนร้ายเหี้ยนด้วยคนเดียวต่างหาก ” ธอรินมีทีท่าที่สงบลง โบเฟอร์พูดขึ้น ” ท่าทางสาวน้อยนั้นจะเป็นเหมือน The Forces เลย ” จอห์นแทบเอามือปิดปากอีกคนไม่ทัน ” อย่าพูดเรื่องคู่หูเก่าธอริน…. เขายังทำใจไม่ได้เรื่องเธอ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาร์ล่าพยายามเข้าระบไฟล์ลับของชีลด์ ซึ่งเป็นที่ที่น่าจะเก็บเรื่องพ่อแม่เธอไว้ แต่มันล็อคด้วยรหัสไว้สำหรับระดับแปดไว้ ” บ้าเอ้ย! ” สาวผมน้ำตาลเข้มสบถขึ้น ไพร์คเดินเข้ามา ” ให้ฉันค้นให้ไหม…. ” เธอหันมาหา…พ่อบุญธรรม “คุณไพร์ค…. ” ไพร์คมานั่งข้างๆ ” แต่ต้องสัญญานะว่าเธอจะไม่แฮ๊คคอมอีกและสนใจเรื่องภารกิจพรุ่งนี้ ” หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ  ” งั้นหนูนอนก่อนนะคะ ” ไพร์คยิ้มก่อนออกจากห้องไป แต่เขาไม่ไปที่ห้องนอนเขา เพราะเขาตรงดิ่งไปห้องทำงาน และโทรศัพท์หาใครบางคน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” มันได้เวลาที่ใกล้บอกความจริงเธอแล้วนะ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” อย่าเพิ่งนะครับ ถ้าเธอรู้เธออาจเสี่ยงแบบที่เคยเกิดกับแม่ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” แต่สักวันเธอก็ต้องรู้อยู่ดีแหละ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” ผมทราบครับ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” อย่าลืมผมกับคุณปกป้องเธอไม่ได้ตลอด ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” ผมเองก็รับรองความปลอดภัยเธอไม่ได้ตลอด ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” เพราะสิ่งคุณสัญญากับแม่เธอใช่ไหม ธอริน… ”

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

********************************

โมโม่ขอโทษษษษษษ อันเก่าไม่จบอันใหม่ก็มาแล้วววว T^T #เพราะเราติดชีลด์แท้ๆ ฟิคนี้ถึงงอก แต่ไรท์จะพยายามให้หนูมาร์ล่ากับธอริน เหมือนสกายกับโคลสัน โมเม้นท์พ่อไม่แท้ห่วงลูก(ถ้าใครดูชีลด์จะเก๊ท) #โดนเตะ จริงๆอยากเขียนให้จอห์นมีบทนะ แต่….ฉันหมั่นไส้ เลยให้คุณพ่อไพร์คกับคุณธอรินเด่นไปก่อน ฮ่าาาๆๆๆๆ

#โดนตบ

gif kat

ส่วนโมเม้นท์จอห์นมาร์ล่านั้น อาจให้จอห์นเป็นชีลด์หรือ…… หึๆๆๆไรท์ไม่บอกหรอกค่าาา

Guy-of-Gisborne-richard-armitage-33981413-500-279

#เก็กยิ้มเลว

ส่วนชื่อฟิคหมายถึง คุณจงรักภักดีกับฝ่ายไหน  ซึ่งหมายถึงจอห์นค่ะ ว่าเขาจะฆ่าผู้หญิงที่เขารัก แต่เป็นศัตรูองค์กรเขาหรือปกป้องเธอ (เท่ากับว่าเขาทรยศองค์กร)

ส่วนหน้าตาของหนูมาร์ล่านั้น จะหน้าตาประมาณนี้

5d3ac9c7c62b4fd6a8b9aaa15ec9f640

คุณจอห์น แฮริสัน

ESQ-benedict-cumberbatch-fashion-2013-xl1

สองพี่น้องดูริน ฟิลีและคิลี

tumblr_myvypxdZj41tootr2o10_500

c229675_07bf12c1fcb17b6c4d9e6bd48ef0da90

คริสโตเฟอร์ ไพร์ค

3

บอร์ก ลูกกระจ็อกอาช็อค

john_tui

โบเฟอร์

James Nesbitt byline

แต่ตอนนี้โม่ขอบายค่ะ

[The Hobbit Fic] What side are you loyal? (Intro)

Paring : Thorin Oakensheild / Fem!Bilbo Baggins

Type : Cossover Fanfiction, With Fem!Bilbo

 

*แฟนฟิคนี้แต่งเพื่อความบังเทิงของเจ้าของบล็อกเท่านนั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาพยนต์ บุคลจริง เหตุการณ์จริง สถานที่ใดๆทั้งสิ้น*

 

** ฟิคนี้อาจมีตัวละครจาก [Star Trek Fic] What side are you loyal? มาแจม **

*********************************************

 Intro

 

ธอริน ดูริน เอเจนต์วัยสี่สิบสามปี ซึ่งตอนนี้อยู่ระดับแปด เขาเป็นชายหนุ่มที่มีผมดำแม้จะมีผมหงอกแทรกอยู่บ้าง มีตาสีฟ้า แถมหน้าตาก็ยังหนุ่ม ซึ่งถือว่าเป็นรูปลักษณ์ที่ดีมากสำหรับวัยกลางคน  ณ ตอนนี้เขากระวนกระวายอยู่หน้าลิฟต์

 

 

 

 

 

 

 

‘ ตอนนี้ฟิลี คิลี ควรมาถึงนี่ตั้งแต่สามสิบนาทีที่แล้ว ’ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สักพักเขาเห็นประตูลิฟต์เปิดขึ้นเผยให้เห็นหลานทั้งสอง และหญิงสาวผมน้ำตาลเข้มคนหนึ่ง ”  คิลี ฟิลี ทำไมหลานมาช้า ตอนนี้ท่านผบ.ไพร์ครออยู่นะ ” เขาหันมามองเด็กสาวตรงแล้วตกใจ ธอรินมองคนตรงหน้าอยู่นาน ก่อนจะปรับเป็นสีหน้าปกติ ” เธอก็ด้วยสาวน้อย ” เขาพูดก่อนจะนำทั้งสามคนไปที่ห้องทำงานของผบ.ไพร์ค

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” โหย ลุงธอรินครับ เราสายไม่กี่วิเอง ” คิลีบ่นขึ้น ธอรินจึงถามขึ้น ” ถามหน่อยหน่วย S.H.I.E.L.D ย่อมาจากอะไร คิลี ฟิลี ” ทั้งสองยืนคิดเมื่อได้ยินคำถามจากปากผู้เป็นลุง สักพักธอรินได้ยินเสียงใครบางคนตอบ ” ย่อมาจาก Strategic Homeland Intervention, Enforcement, and Logistics Division แล้วพอมาย่อจึงได้คำว่า S.H.I.E.L.D ที่แปลว่า โล่ห์ ” เขายิ้มกับคำตอบอีกคน พลางเปิดประตูให้ทั้างสามคนเข้าไปในห้องทำงานของผบ.ไพร์ค ” เชิญทั้งสามเข้าไปได้ ” หลังจากที่ทั้งสามเข้าไป เขาหันหลังพิงประตู พลางถอนหายใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

‘ เธอเหมือนแม่ของเธอมาก มาร์ล่า ’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ณ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

 

 

 

 

 

 

” จับยัยโจรนั้นให้ได้!! ” อาช็อคตะโกนขึ้น คนของเขาไล่จับหญิงสาวสผมสีน้ำผึ้ง ใช่ บิลโบ แบ็กกินส์ โจรสาวผู้เลื่องชื่อ ไม่เคยทิ้งร่องรอย หรือพลาท่าโดนตำรวจับเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ครั้นนี้เธอพลาด เพราะไปขโมยกล่องบางอย่างจากอาช็อค มือขวาเซารอน นั้นทำให้เธอโดนตามล่าชนิดสะบัดไม่หลุด เธอวิ่งไปจนถึงซอยที่ตัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

‘ เวรละ ‘ เธอคิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พลั่ก!

 

 

 

บิลโบ้ยืนอึ้ง เพราะมีคนกระโดดมายืนหน้าเธอแถมซัดคนตรงหน้าหมอบ หญิงสาวขยับไปหลบหลังถังขยะ เพราะไม่อยากโดนลูกหลง เธอหลบตรงนั้นจนเหตุการ์ณสงบเธอจึงออกมา ประกอบกับชายหนุ่มหันมาพอดี ” ขอบคุณนะคะ คุณ… ” เธอไม่ทันพูดจบ คนตรงหน้าพูดตัดหน้า ” เธอชื่อ มิสบิลโบ้ แบ็กกินส์ ใช่ไหม ” สาวผมน้ำผึ้งพยักหน้า สักพักเธอก็รู้สึกว่ามีอะไรมาคลุมหน้าเธอจนมิด จากนั้นเธอก็โดนแบกขึ้นบ่าใครก็ไม่รู้  ” หยิบกล่องนั้นไปด้วยฟิลี ” เสียงคนที่แบกเธอพูดขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” วางฉันลงเลยนะ!! ” บิลโบ้ดิ้นไปมา ธอรินจึงล็อคเอวร่างบางที่อยู่บนบ่าตนแน่นกว่าเดิม ” คงจะไม่ได้ มีคนอยากพบเธอนะ ” ร่างบางถาม ” ใครกันยะ!? ” ธอรินเงียบพลางแบกอีกคนถึงยานควินเจ็ต เขาวางอีกกับเก้าอี้ผู้โดยสาร ” เดี๋ยวก็รู้…คุณโจรสาว ” ตลอดที่อยู่ยานควินเจ็ต บิลโบ้พยายามถามอะไรตั้งหลายอย่าง แต่ธอรินตอบแค่คำเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

‘ ความลับ ’ ซึ่งเป็นคำที่บิลโบ้เกลียดมาก ณ เวลานั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สักพักเธอโดนลากมาที่ห้องๆหนึ่ง จึงทำให้ถุงสีดำที่คลุมหน้าถูกเปิดออก ” ไง มิสบิลโบ้ แบ๊กกินส์ ผมต้องขออภัยในความสะดวกและที่จู่ๆเอเจนต์ดูรินที่….ฉุดคุณมากระทันหัน ” แกนดัล์ฟ เกรย์ ผู้เป็นเอเจนต์มือขวาของผอ.ไพร์คพูดขึ้น บิลโบ้กอดอก พลางมองคนตรงหน้า ” ตกลงจะมีใครบอกอะไรฉันได้ยังว่าฉันมานี่ทำไมกัน? ” ชายสูงวัยยกยิ้ม แล้วพูดต่อ ”  เราได้ยินเรื่องฝีมือการโจรกรรมเธอ ที่จริงเราจับตาเธอมานานละ ” หญิงสาวขมวดคิ้ว ” นั้นไม่ใช่คำตอบที่ฉันต้องการเลย และขอกล่องใบนั้นคืนด้วยนะคะ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ธอรินมองบิลโบ้แล้วตอบเธอนิ่งๆ ” กล่องใบนั้นเป็นสมบัติของชีลด์และตอนนี้กำลังตรวจสอบว่าของข้างในกล่อง คือ… ” สักพักเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แกนดัล์ฟรับสาย ” ว่ามาเอเจนต์มาร์คัส ” เสียงปลายสายตอบมาด้วย ” ในกล่องนั้นมีข้อมูลของเดอะฟรีจต์ ” ธอรินพูดขึ้น ” งั้นหมายความว่า….. ในหน่วยเรามีไส้ศึก ”  แคโรลตอบ ” ฉันก็ไม่อยากจะพูดว่าใช่ค่ะ แต่มันเป็นไปแล้ว ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” นี่ทำไมทุกคนต้องเครียดขนาดนั้นด้วยละ ” บิลโบ้ถามขึ้น เพราะเธอกับสถานการ์ณรอบๆตัวเริ่มตรึงเครียดขึ้น ” เดอะฟรีจต์ เป็นที่คุมขังนักโทษชีลด์ ถ้าข้อมูลรั่วออกไป เราต้องรับศึกหนักกับรัฐสภาแน่ๆ ”  แกนดัล์ฟตอบ เขาเท้าคางตนเอง แล้วมองคนตรงหน้า ” เรากลับมาเรื่องคุณดีกว่า ผมมีข้อเสนอดีๆให้ซึ่งมีไม่บ่อยนัก ” ร่างบางจ้องคนตรงหน้าแล้วถามต่อ ” ข้อเสนออะไรคะ? ” ชายตรงหน้าสไลด์แฟ้มบางๆให้เธอ หญิงสาวเปิดแฟ้ม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” ทำงานกับชีลด์? ทำไมคุณถึงสนโจรสาวอย่างฉันละคะ ” เธอขมวดคิ้วมองคนตรงหน้า ซึ่งธอรินเองก็สงสัยว่าทำไมผอ.ไพร์คต้องการโจรสาวอย่างบิลโบ้ด้วย ถึงกับมอบภารกิจให้เขากับฟิลีไปรับ(ไม่สิต้องลักพาตัว) มาจากลอนดอนด้วย ” ความสามารถของเธออาจเป็นประโยชน์กับเราไง ฉันจะให้เวลาเธอคิดนะ อ๋อ!ถ้าเธอมาร่วมกับชีลด์ ฉันจะให้ประวัติเธอไร้มลทิน แถมแก้ประวัติให้เธอใสสะอาดราวกับเธอไม่เคยก่อคดีเลย ว่าไง ” บิลโบ้มองสัญญาตรงหน้าอย่างละเอียด แล้วตัดสินใจเซ็นต์ชื่อลงไป ” ยินดีที่ได้คุณมาร่วมนะ มิสแบ็กกินส์ ” แกนดัล์ฟจับมือคนตรงหน้า ก่อนจะออกจากห้อง ” เกือบลืม… เอเจนต์ดูริน คุณช่วยพามิสแบ็กกินส์ไปห้องพักด้วยนะ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่ธอรินพาอีกคนไปยังห้องพักขอเอเจนต์ชีลด์ บิลโบ้มองไปรอบๆห้อง เธอหันมาถาม ” ของใช้ส่วนตัวฉันละ ” ชายหนุ่มร่างสูงชี้ไปยังตู้ ” ของที่เธอต้องการอยู่ในตู้หมดละ ” เขาพูดนิ่งๆ หญิงสาวเดินไปยังตู้เสื้อผ้า  ” โอเค ขอบคุณนะ คุณ…อ๊ะ! เขาไปไหนกัน ” เธอหันไปยังประตูที่ว่างเปล่า เพราะอีกคนเดินไปไหนก็ไม่รู้ สาวผมสีน้ำผึ้งจึงแอบบ่น ” คนบ้าอะไรมาส่งที่ห้อง แล้วหายไปเงียบๆ ชื่อก็ยังไม่รู้เลย ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

***********************

 

” ให้ตายสิวะธอริน เด็กใหม่เกือบทำเสียเรื่องแล้ว ” หลังจากที่กลับมาทริสเกรเลี่ยน จอห์นก็มามุมประจำที่เขากับเอเจนต์ระดับสูงคนอื่นๆจะมาพูดคุยกัน ” เอาเถอะน่า เด็กใหม่ก็เป็นอย่างเนี่ย ทำอย่างกับนายไม่เคยเป็นนะจอห์น แฮริช แฮริสัน ” ธอรินพูดพลางจิบกาแฟ แล้วพูดต่อ ” เดี๋ยวฉันไปจัดการคิลีเอง ” จอห์นส่ายหน้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” ไม่ใช่หลานนายหรอกที่เกือบทำเสียเรื่อง ฉันหมายถึงมาร์ล่า ” ธอรินชะงัก แล้วพูดต่ออย่างเร็ว พลางจับไหล่เพื่อนตนเอง ” เธอบาดเจ็บ!? โดนยิง!? บอกฉันมา! ” จอห์นปัดมือ ” ใจเย็นสิว้อยยย เธอซัดคนร้ายเหี้ยนด้วยคนเดียวต่างหาก ” ธอรินมีทีท่าที่สงบลง โบเฟอร์พูดขึ้น ” ท่าทางสาวน้อยนั้นจะเป็นเหมือน The Forces  เลย ” จอห์นแทบเอามือปิดปากอีกคนไม่ทัน ” อย่าพูดเรื่องคู่หูเก่าธอริน…. เขายังทำใจไม่ได้เรื่องเธอ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทุกคนเงียบทันที เพราะรู้ดีกันว่าเรื่อง The Forces หรือคู่หูคนแรก เป็นเรื่องที่ห้ามใครพูดกับธอรินเด็ดขาด เป็นหนึ่งในเรื่องเอเจนต์ในชีลด์ระดับสูง ถึงรู้สาเหตุว่าทำไมห้ามพูดเรื่องคู่หูคนแรกของธอริน จึงทำให้บรรยากาศโต๊ะเริ่มตึงเครียด ” ทุกคนเราว่าหลังบ่าย เรารีบไปเข้ากะเราเนอะ ” จอห์นพูดขึ้น นั้นทำให้ทุกคนรีบจิบกาแฟในมือ แล้วรีบกลับเข้าแผนกตนเองทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ณ บ้านของธอริน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” มาวันแรกก็เจองานแล้วครับ ” ฟิลีพูดบ่นอย่างโอดโอย คิลีทิ้งตัวมาข้างๆพี่ชายตน ” นั้นสิ เรานึกว่าเด็กใหม่ยังไม่ต้องลงพื้นที่ ” ธอรินที่กำลังนั่งดูคอม พูดลอยๆ ” พวกเธอเลือกงานภาคสนามเอง หรือสนใจจะไปทำงานแผกชีวะ ” คิลีกับฟิลีต่างรู้ดีเลยว่าแผนกที่ลุงพูด เป็นแผนกที่ชวนปวดหัวสุดๆ เพราะต้องผ่าวิจัยโน้นนี่นั้น ไม่ก็วิเคราะห์สารเคมี   ” ไม่!!! ” ทั้งคู่ตอบพร้อมกัน ธอรินหัวเราะหึๆในลำคอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กริ๊งๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ธอรินเดินไปรับโทรศัพท์ทันทีและรู้มันทีว่าคนปลายสาย คือ ผอ.ไพร์ค ชายวัยกลางคนจึงเดินไปคุยอีกห้องทันที เพราะเรื่องคุยอาจเกี่ยวข้องกับลูกสาวคนเดียวของคู่หูเขา

 

 

 

 

 

 

 

 

” มันได้เวลาที่ใกล้บอกความจริงเธอแล้วนะ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” อย่าเพิ่งนะครับ ถ้าเธอรู้เธออาจเสี่ยงแบบที่เคยเกิดกับแม่ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” แต่สักวันเธอก็ต้องรู้อยู่ดีแหละ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” ผมทราบครับ ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” อย่าลืมผมกับคุณปกป้องเธอไม่ได้ตลอด ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” ผมเองก็รับรองความปลอดภัยเธอไม่ได้ตลอด ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

” เพราะสิ่งคุณสัญญากับแม่เธอใช่ไหม ธอริน… ”

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

_____________________

 

 

The Forces  คือ ฉายาของคู่หูคนแรกธอริน แม่ของมาร์ล่า ที่มานั้นจะเฉลยในภายหลังแล้วกันนะจ้ะ ว่าทำไมธอรินถึงห้ามคนอื่นๆพูดเรื่องคู่หูกัน และฉายานั้นมาจากไหน

 

 

 

 

ส่วนหน้าตาของนางเอก บิลโบ้นั้น

rtuk_feature_carey_mulligan_03

 #ธอรินกินเด็ก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ธอริน

series9-17

 

 

 

 

 

 

 

 

แกนดัฟต์

CANTOR FITZGERALD & BGC PARTNERS HOST ANNUAL CHARITY DAY

 

 

 

 

 

 

 

อาช็อค

Manu+Bennett+Arrow+Season+1+Episode+18+z9DUWAiAHxgx

 

[Kharla Fic ]Again (11)

Pairing : John Harrison(SnowPrince!Khan) / HuntsGirls!Marla McGivers

Type:AU Fanfiction

*แฟนฟิคนี้แต่งเพื่อความบังเทิงของเจ้าของบล็อกเท่านนั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาพยนต์ บุคลจริง เหตุการณ์จริง สถานที่ใดๆทั้งสิ้น

*********************************************

Chapter 11

” ล้อกันเล่นใช่ไหมคร้าบบบ ” เจมส์แหกปากใส่คนตรงหน้ารัวๆ เพราะไพร์คบอกว่าต้องใช้หญิงสาวสองคนในการทำพิธี ซึ่งมาร์ลาก็คือหนึ่งในสอง แล้วคนที่สอง คือ ใครกันละ

ไพร์คเดินเข้ามาทางผมกับคนอื่นๆนั่ง เขาวางหนังสือตรงหน้าเจมส์ ” อ่านนิทานเรื่องนี้อีกรอบ….. ” ชายหนุ่มผมทองอ่านตามที่เขาสั่ง โดยอ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเหมือนกับเขาเจออะไรบ้างอย่าง

” คนที่สอง คือ สาวชาวบ้าน! ที่ชื่อแบ็กกินส์… เดี๋ยวชื่อนี้มันคุ้นหูมากเลยนะ ” ผมนั่งนึก เจมส์ก็ยังคงนั่งกุมหัวคิด สักพักเราได้ยินเสียงคนเปิดประตูดังปัง! ผม สป็อค และเจมส์หันไปก็พบธอริน  นึกออกละ!! บิลโบ แบ็กกินส์ งั้นก็หมายความว่า ผมต้องเสียคนรู้จักไปสองคน!!

” ข้าจะไปฆ่าฮีวิลคิง! “

” แม่นางมาร์ลาต่างหากที่ถูกกำหนดให้สังหารอีวิลคิง นางเท่านั้น!! องค์ชายธอริน….. “

ผมได้ยินการโต้เถียงระหว่างไพค์กับธอริน ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเจ้าชายจอมยโสแห่งเอเรบอร์ เท่าที่ผมจับใจความได้ว่า เหมือนธอรินจะไปฆ่าอีวิลคิงเอง แต่ไพค์โต้ตอบประมาณว่า มาร์ลาเป็นคนเดียวที่สังหารอีวิลคิงได้ ท่าทางเขาโมโหจัดมาก ผมกับเจมส์จึงไปห้าม ก่อนที่การทะเลาะจะบานปลาย

” ธอริน เชื่อท่านพ่อมดเถอะ ” ผมพูด ธอรินจ้องผม ” แล้วทีเจ้าละ องค์ชายข่าน ท่านเองก็ปกป้องพรานสาว ไม่สิ…อดีตหัวหน้าองค์รักษ์คนโปรดของเจ้าไม่ได้ “ ผมกำมือแน่น คำพูดของเขามันทำให้ผมทนไม่ไหวแล้ว

พลั้ก!

ผมชกหน้าธอรินเต็มแรง เจมส์กับสป็อคยืนอึ้ง เพราะตามปกติผมเป็นคนที่ใจเย็นมาก ผมกระโดดบีบคออีกคน ธอรินสวนหมัดกลับทันที เจมส์กับสป็อครีบไปแยกผมกับธอรินทันที ” ใจเย็นกันหน่อย ” เจมส์ปรามผมไว้ พลางล็อคตัวผมไม่ให้พุ่งใส่ธอรินอีก

ผมกับธอรินจ้องหน้ากัน ราวจะกระโดดต่อยกันอีกรอบ สป็อคจึงกดจุดธอริน ซึ่งก็ได้ผล…เขาล้มแหมะไปกับพื้นทันที  ” สป็อคทำได้ไง ทำให้…เจ้าชายหมีควายนี้สงบได้ ” ซูลูถามขึ้น

” ผมเคยอ่านเจอ ถ้ากดจุดบริเวณที่ถูกต้อง จะทำให้คนสลบได้  ถ้าอยากให้เจ้าชายแห่งเอเรบอร์สงบสติ คงมีแต่วิธีนี้แหละ ” เคิร์กพยักหน้าราวกับเห็นด้วยกับสป็อค

” งั้นรอเขาสงบก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน ” ไพร์คเอ่ยขึ้น พวกเราพยักหน้าให้กัน

************************

ธอริน นายเอ่อ…สงบสติแล้วใช่ไหม? ” เจมส์ถามกล้าๆกลัวๆ เพราะเขาเคยได้ยินว่าธอริน เป็นเจ้าชายที่เคยผ่านสนามรบมาพอตัว เป็นคนเทรนมาร์ล่าให้ด้วย ก่อนที่เธอจะเป็นหัวหน้าองค์รักษ์ ธอรินพยักหน้าเบาๆ

” แล้วนายได้ความทรงจำคืนได้ไง…. ” เจมส์เริ่มถาม ธอรินหันมา ” แกนดัล์ฟ…. ” ใครคือแกนดัล์ฟ ผมคิดในใจ เพราะผมรู้จักพ่อมดไพร์ค ” แกนดัล์ฟเป็นพ่อมดที่เก่งที่สุด อาจเก่งกว่าข้า ” ผมกับเจมส์หันไปก็เจอไพค์  ” ว่าไงท่านธอริน ท่านสงบติหรือยัง? เราจะได้มาคุยกันแบบ…ผู้ดีเขาทำกัน ”  ธอรินทำท่าจะพูด แต่พอเห็นสายตาขู่ของไพค์ เขาถึงกับนั่งเงียบ

” เอาละนะ ข้ามีแผนที่จะช่วยสองคนนั้น แต่…ต้องให้ธอรินกับข่านทำเท่านั้น ” ผมกับข่านโพล่งมาพร้อมกัน ” ว่าไงนะ!!? “

” ข้าพูดไม่ผิดหรอก ข่านกับธอริน ต้องเข้าไปในเขตอีวิลคิงด้วยทั้งสองคนเอง ” ผมจ้องธอริน ราวกับว่าเขาเป็นตัวปัญหา เขาก็ตงคิดแบบผมเช่นกัน ประกอบกับไพร์คบอกว่ามีแค่ผมกับเขาเท่านั้นที่จะช่วยมาร์ลากับบิลโบ้ออกจากปราสาทอีวิลคิงได้  ต่อให้เป็นหนทางเดียวผมกับธอรินก็ไม่มีทางร่วมือกันง่ายๆหรอก แต่ถ้าเป็นถ้าเป็นวิธีเดียวผมก็ต้องยอม ถ้ามันช่วยคนรักผมได้

__________________________

 Marla P.O.V

ฉันถูกล่ามโซ่ไว้เหนือหัวโดยพลางพยายามดิ้นให้หลุดจากโซ่ที่รัดข้อมือ แต่มันแน่นไป ” บ้าเอ้ย!!โซ่มันรัดแน่นมาก ” บิลโบ้ก็พยายามดิ้นให้หลุดเช่นกัน แต่จนแล้วจนรอดก็ดิ้นไม่หลุด ” ฉันขอโทษนะบิลโบ้ ” ฉันพูดออกมาเบาๆ ” เฮ้…เธอไม่ต้องขอโทษฉันหรอกนะ ” บิลโบ้มองฉันแล้วยิ้มๆ

” มาร์ลา ฉันอิจฉาเธอมาก ดูสิ เธอได้เคยเป็นถึงหัวหน้าองค์รักษ์ ” เธอพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงงอยๆ ” บิลโบ้ เธอเองก็มีสิ่งที่น่าอิจฉา ” สาวผมสีน้ำผึ้งมองมายังฉัน คิ้วของเธอขมวดเป็นปม ” อะไรหรอ ” ฉันแซวเธอทันที” แหม…เธอได้คุ่กับเจ้าชายที่เก่งกาจ แถมรวยด้วย ” เธอแซวฉันกลับ ” ได้ข่าวว่าเธอได้แต่งงานกับเจ้าชายหิมะ ”

เราทั้งคู่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะเงียบลง ” เธอมีโอกาสได้บอกรักเขาไหม มาร์ ” ฉันพยักหน้า แต่บิลโบ้เงียบลง เธอเหงยหน้ามองฉัน ” ฉันไม่มีโอกาสได้บอกเขาเลย มาร์ล่า ไม่รู้ว่าเขาจะรักฉันตอบบ้างไหม ” ฉันมองคนตรงหน้าเงียบๆและพูดต่อ

” บิลโบ้  ถ้าเราทั้งคู่ออกไปได้ เธอวิ่งไปกอดธอรินเลยแล้วบอกความรู้สึกในใจไปนะ แต่อย่าไปกลัวคำตอบของเขานะ ” บิลโบ้ยิ้มบางๆ ” ขอบคุณนะมาร์ลาที่คอยเหลือช่วยฉันตลอดเวลานะ ” ฉันตอบกลับ ” ไม่เป็นไรเราเพื่อนกันนิ ”

TBC.

[Stucky Fic] Find you again (2)

Paring : Fem!Steve Roger / Bucky Barnes

Fandom : Captain America -Marvel

Rate : PG

***************************

Chapter 2 : Only you

สเตฟานี่สามารถผ่านการทดสอบได้อย่างทุลักทุเล เพราะคนที่มารับการคัดเลือก ส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชาย แต่ยังดีที่เพ็กกี้ให้สเตฟานี่พักร่วมกับเธอได้ เนื่องด้วยเห็นว่าเป็นผู้หญิงด้วยกัน

” สเตฟานี่นอนเถอะ เดี่ยวฉันปลุกเธอแต่เช้าพรุ่งนี้เรามีฝึกนะ ” เพ็กกี้ยิ้มให้สเตฟานี่ที่กำลังง่วนอยู่กับการเขียนรูป สาวผมดำหยักศกจึงชะเง้อไปดู ” เธอวาดใครหล่อจังนะ ฟานี่ ”  เธอหันมาตอบแบบอายๆ ” พะ…เพื่อนค่ะ ”

” แต่ตอบเสียงสั่นแบบนี้ไม่ใช่เพื่อนแน่นอน ” เพ็กกี้แซว สเตฟานี่เริ่มหน้าแดง แล้วเริ่มบอกอีกคนถึงเขา ” ฉันกับเขาเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ เขาคอยดูแลฉันหลังแม่เสีย เราเลยตัวติดกัน จนกระทั่งเขาเริ่มมีสาวๆมาติด…. ” สาวผมดำที่นั่งตรงข้ามเธอนั่งฟังอีกคนเงียบๆและพูดต่อ ” สเตฟานี่ รู้มั้ยทำไมผู้ชายกับผู้หญิงห้ามเป็นเพื่อนสนิทกัน ” สเตฟานี่ขมวดคิ้วกับคำถามอีกคนก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

” เพราะว่า…. ” สเตฟานี่จ้อง เพ็กกี้เลยพูดต่อ ” สักวันจะมีอีกฝ่ายคิดเกินเลยไงละ ดังนั้นถ้าชอบเขาควรบอกเขาไปซะ ก่อนทีจะมีใครมาแย่ง ”  สาวผมทองหน้าแดงกว่าเดิม  เธอเลยหัวเราะท่าทางเขินอีกคน

” คุณเพ็กกี้ค่ะ อย่าพูดแบบนี้สิ ฉันขอตัวนอนก่อนแล้วกันนะคะ ” เธอล้มตัวนอนทันที

________________________

” เธอแน่ใจแล้วนะ สเตฟานี่ ถ้าเธอไม่ไหวก็ตะโกนให้หยุดเลยนะ ” เพ็กกี้บอกกับร่างบางตรงหน้า สเตานี่ยิ้มออกมาบางๆ  ตอนนี้เธอยืนอยู่ในห้องแล็ปของด็อกเตอร์เออร์ไคนส์  โดยมีบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐ นายทหารยศสูง นักวิทยาศาสตร์ จับจ้องการทดลองซุปเปอร์โซลเจอร์ ฮาเวิร์ดเริ่มฉีดยาไปในร่างกายหญิงสาว เธอพยายามไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวด ยามที่เข็มปักไปตามร่างกาย

” คิดว่าเธอจะไหวไหม แต่ตัวเล็กๆแบบนี้คงรับไม่ไหวหรอก ” ชายคนหนึ่งพูดลอยๆ เพ็กกี้จ้องตาขวางมายังเขา ” ผู้หญิงไม่ได้อ่อนแอ แบบที่ผู้ชายอย่างคุณคิดเสมอไปหรอกนะคะ ”

_______________________________

ในที่สุดสเตฟานี่ก็ได้มาทำงานในกรมทหารในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของเพ็กกี้ คาร์เตอร์ โดยตอนนี้เธอมีร่างกายที่สูงกว่าหญิงสาวทั่วไป แต่ก็ยังมีความสูงประมาณไหล่ผู้ชาย เธอคิดว่าการที่เธอสูงนั้น คงมาจากเซรุ่มที่เพิ่งได้รับ ทำให้เธอสามารถทำงานในกรมได้สบายๆ แม้จะมีสายตาของนายทหารหนุ่มจับจ้องเธอราวกับว่าร่างบางเป็นเหยื่อให้พวกเขาหยอกล้อ แต่หญิงสาวไม่สน เพราะคนที่เธอตามหานั้น เขาอยู่ในแนวรบเดียวกับที่เธอประจำการ

” นายไปอยู่ไหนกันบัค?  ” เธอพึมพัมเบาๆ พลางถือเอกสาร

” สาวน้อยตรงนั้นจะไปไหนจ้ะ? ” เธอหันไปยังต้นเสียง จึงพบว่าเป็นทหารหนุ่มที่กำลังเมาได้ที่ สเตฟานี่จึงรีบก้าวเท้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ดดนเขาคว้ามือไว้ ” ปล่อยฉันเถอะคะ.. ถ้ายังไม่อยากเจ็บตัว ”

ชายหนุ่มที่จับข้อมือเธอไว้หัวเราะ เขาหยอกล้อต่อ ” จะทำอะไรหรอจ้ะน้องสาว ” สาวผมสีบรอนด์นึกถึงสิ่งที่เพ็กกี้สอน ร่างบางจับข้อมืออีกคนบิดอย่างแรง จนอีกคนร้องโอ้ย สเตฟานี่จึงถือโอกาสเดินไปจากตรงนั้นอย่างเร็ว ” กลับมานะยัยบ้า ” เขาตะโกนอย่างโอดโอย

สเตฟานี่เดินแบกเอกสารไปเรื่อยๆ จนไม่เห็นว่ามีใครเดินสวน นั้นทำให้ทั้งคู่ชนกัน ” โอ้ย!เดินระวังหน่อยสิคุณ… เอ่อ ผมไม่ทราบว่าคุณเจ็บไหม ” บัคกี้กำลังจะต่อว่า แต่เห็นว่าคนตรงหน้าเป็นผู้หญิง จึงไม่กล้าต่อว่า เขาจึงสวมบทบาทเป็นสุภาพบุรุษ โดยการดึงอีกคนจากพื้น พร้อมกับช่วยเก็บเอกสารจากพื้น  สเตฟานี่รีบก้มหน้าทันที ” มะ..ไม่เป็นหรอกค่ะ ” เธอพยายามไม่มองหน้าคนที่ตนเองพยายามหลบ เพราะถ้าบัคกี้รู้ว่าเธอมาทำงานที่กรม เธอต้องชายหนุ่มไล่กลับบรู๊คลินแน่

” ผม จ่าเจมส์ บูคาแนน บาร์นส หรือเรียกผมว่า บัคกี้ ก็ได้ ” สมองเธอประมวณผลหนักเลยว่า ควรบอกชื่อจริงไปไหม  ” จ่าบาร์นส!! คุณไปรวมกับคนอื่นๆได้แล้ว ” ฟิลิปพูดขึ้น นั้นทำให้สเตฟานี่โล่งอกทันทีที่

แต่…..

เธอไม่รู้ว่า เธอจะอาจต้องเผยตัวในเร็ววัน

TBC.

***************************

โฮรกกกก ในที่สุดฉันก็อัพค่าาาาา /ปาดเหงื่อ ไรท์ยังไม่ลืมฟิคนี้นะ แต่ไรท์คิดมุขไม่ออก  ตอนนี้สเตฟานี่ได้เข้ามาสู่หน่วยเดียวกับบัคกี้ กิ๊กหนูสเตฟ  มาลุ้นสิว่าสเตฟานี่กับบัคจะลงเอยได้ไหม ฟฟฟหกดดกหกดก #สครีมรัวๆ 

โม่จะพยายามอัพฟิคที่ดอง เอ้ย!!ค้างไว้นะจ้ะ ขอคอมเม้นด้วยน่าาาาา โม่รับได้หมดไม่ว่าจะติ จะชม แต่ถ้าด่า ไรท์โม่บายย

จาก

โมโม่น้อยเอง

[My Diary in Hong Kong ] Let’go to Hong Kong!!

คำเตือน :  เนื้อหาต่อไปนี้อาจมีคำหยาบคาย เรื่องเปิ่นๆ รวมถึงข้อมูลที่(อาจ)เป็นประโยขน์ต่อคนที่จะไปฮ่องกง #เตือนแล้วนะโอเครร!!

 

 

 

 

Day 1 :  Hello  Hong Kong (03/04/2015)

เช้าอันแสนสดใส(?) ฉันต้องตื่นเช้าโคตรๆ เพราะมีไฟท์ต้อง 11 โมงกว่า แต่พ่อสุดที่รักของฉันต้องการให้ไปถึงสนามบินก่อน 8.30 เพราะจุดเช็คอินคนจะเยอะะะ (โปรดเติมสระ -ะ แสนตัว) แต่ทว่า…น้องฉันยังหลับ (หลับหา!?)หม่อมเลยเสด็จไปปลุก เพราะเดี๋ยวจะไปสนามบินไม่ทัน

 

ครั้นเรามาถึงสนามบิน สิ่งแรกที่หา คือ จุดเช็คอินของสายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ ( ซึ่งขุ่นพ่อได้จองกับบริษัททัวร์นามว่าตระกูลเฉิน) ต่อไป คือการตรวจกระเป๋า ซึ่งดิฉันผ่านได้สบายค่า โฮะๆๆ แต่ด่านต่อไป คือ ตรวจพาสสปอตร์ ซึ่งมันทำดิฉันลุ้นพอตัว เพราะเข้าตรวจกับระบบอัตนาโนมัติ แต่น้องสามฉันอายุมันยังไม่ถึง 12 ขุ่นพ่อต้องพาไปตรวจตรงเคาทเตอร์ ฉันก็เข้าแถวไป จนถึงคิวฉัน พนักงานก็สอดพาสสปอตฉันเข้าเครื่อง หน้าจอก็แสดงผลว่า

 

 

‘ โปรดสอดใหม่ ‘

 

 

อ้าวชิบหาย  ตรูจะได้ไปไหมวะ จากนั้น…ฉันได้ไปค่าาา กรี๊ดดด จากจุดต่อไป คือ ถ่ายและสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งตอนแรกก็เอ๋อๆ ภายหลังรู้ว่าต้องยืนตรงจุดที่กำหนด เครื่องถึงจะถ่ายได้

 

 

#ขอวาร์ปไปที่ฮ่องกงเลย

 

 

 

เราก็มาถึงสนามบินฮ่องกงโดยสวัสดิภาพ ซึ่งก็มีคนของบริษัททัวร์มารับไปโรงแรม ซึ่งเราไปยังดิสนีย์ฮอลลีวู้ดโฮเทล เมื่อไปถึงก็เจอแต่มิ้กกี้เม้าท์เต็มไปหมด

 

 

และแล้วก็ได้เวลาอาหารเย็นกันละครับท่านผู้ชม ซึ่งเราก็ไปทานใน9y;โรงแรม โดยร้านมีชื่อว่า ดิสนีย์สตูดิโอ ซึ่งพนักงานก็ให้เมนูมา ด้วยความหิวจึงสั่ง โดยไม่รู้ว่าอาหารจะมีขนาดเท่าใด เมื่ออาหารมาเสิร์ฟครอบครัวดิฉันถึงกับโอ้พระสงฆ์ อาหารจานใหญ่มากกกก ยังดีที่สั่งแค่สี่จานนะยะ ฉันก็พยายามยัดเบเกอร์ที่มีขนาดใหญ่  ครั้นถึงเวลาจ่ายเงิน ปรากฏว่าราคามันทำเอาฉันกลืนน้ำลายเลย เพราะแพงมากกกกกกกก จากนั้นฉันจึงต่อด้วยนมหนึ่งกล่อง ราคาประมาณ 14 ดอลลาร์ฮ่องกง ( ราวๆ 70 บาทไทย เพราะค่าเงินในฮ่องกงแพงมากกกก เติม ก ไปอีกล้านตัว )

 

 

 

และแล้วจบสำหรับวันที่หนึ่งในฮ่องกง

 

 

 

 

 

Day 2 : Hong Kong Disneylandddd!! (04/03/2015)

 

ที่นี้ได้เวลาที่ดิฉันจะตะลุยฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ๆๆ (ทำเสียงเอคโค่) ซึ่งฉันตื่นก่อนใครเลย เพราะเสียงกรนขุ่นพ่อค่ะ ดังหา!?  ฉันเลยถือโอกาสใช้ห้องน้ำก่อนใคร โดยรวมแล้วห้องน้ำจัดว่าดีมากทีเดียว แถมสบู่อาบน้ำกับแชมพูเป็นถึงแบรนด์ H2O+ ซึงเป็นของดีที่เดียว (แต่ตอนไปที่สิงค์โปร สบู่อาบน้ำโรงแรมเป็นของแบรนเนมจ้า)

 

 

 

ครั้นแต่ละคนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็ได้เวลาทานมื้อเช้า ซึ่งพอไปห้องอาหารก็พบว่าเป็นแบบมาตรฐานสากลของตามโรงแรม แต่…โอ้พระสงฆ์!! ของมันให้เลือกเยอะกว่าไทยอีกค่าา อือหือ โม่ชอบค่า เลยจัดมื้อเช้าไปเต็มๆ เพราะหม่อมแม่บอกว่ามื้อเช้า กลางวันกินเยอะๆได้ (จะว่าหนูไม่ได้นะ อิอิๆ)

 

 

 

และแล้วได้เวลาไปผจญภัยยยยย!!รู้สึกกลับมาเด็กอีกครั้ง เมื่อพูดถึงเครื่องเล่นในดิสนีย์แลนด์แล้ว คนแก่ก็เล่นได้ แต่มีบางเครื่องเล่นที่ไม่เหมาะกับคนขี้ตกใจง่าย หรือต้องมีส่วนสูงตามที่กำหนด

 

 

 

 

 

 

และแล้วได้เวลาอาหารเที่ยง #เรื่องวแ_กต้องมาก่อน  ร้านอาหารที่ดิสนีย์ไม่ต้องกังวลว่าจะมีน้อย เพราะทุกโซนในสวนสนุกจะมีหลายร้าน รวมถึงอาหารอิสลามเผื่อไว้ด้วย เอาละๆมาพูดถึงอาหารดีกว่า โดยรวมนับว่า..ให้ไปเลยห้าดาววว เพราะอาหารทำใหม่ทุกครั้ง เลยสดมาก (แต่น้ำดื่มแอบแพงจ้า)

 

 

 

พอมาถึงช่วงค่ำขุ่นพ่อก็มาชวนดูพาเหรดดิสนีย์ บอกได้คำเดียววว่าอลังการงานสร้างงงงง ทั้งแสง สี เสียง รู้สึกกลับมาเด็กอะเก้นนน แบบมีตัวการ์ตูนจากดิสนีย์ ทั้งเบลล์ แอเรียล ตัวละครจากทอย สตอรี่

 

 

 

 

 

บอกคำเดียวว่าฟินนนนน

 

 

 

Day 3 : Take MRT (05/04/2015)

วันนี้เป็นวันที่ต้องย้ายไปพักอีกโรงแรม แต่ทว่าเนื่องด้วยไม่มีรถไปส่งที่โรงแรม ขุ่นพ่อเลยเสนอให้ขึ้น MRT  ซึ่งน่าจะเดินทางได้เร็วกว่าขึ้นรถแท็กซี่  เราเลยตกลงขึ้น MRT กัน ระหว่างที่โดยสารอยู่นั้นแหละ ก็ได้พบว่าในตัวเมืองฮ่องกงมีแต่ตึก เรียกได้ว่าหันไปเจอแต่ตึกทั้งนั้น ขุ่นพ่อบอกว่าที่ดินในฮ่องกงมักมีราคาแพง ส่วนใหญ่เลยอาศัยอยู่แต่ในคอนโดกัน

 

 

 

ขุ่นพ่อบอกว่าโรงแรมที่จะไปพักลงมาก็เจอห้างเลย เนื่องด้วยยังไม่ถึงเวลาเช็คอินเลยไปทานข้าวเที่ยงที่ศูนย์อาหารของห้างที่ติดกับโรงแรม เอวัง น้องสามดันแหกปากงอแง เราเลยต้องรีบหาอะไรทาน ขุ่นพ่อไปเจอร้านอาหารไทยที่มีคนไทยขาย เลยไปสั่ง

 

 

 

 

ดิฉันเลยไปสั่งผัดไทยมาทานด้วยความคิดที่ว่าคงเหมือนผัดไทยบ้านเราแหละ แต่เมื่อทานคำแรกเข้าไป ถึงกับน้ำตาไหล ไม่ใช่เพราะอร่อยหรอก แต่มันมันเยิ้มและจืดมากกก (เติม ก ไปสิบล้านตัว ) เลยต้องกล้ำกลืนฝืนทน เน้นว่ากล้ำกลืนฝืนทน

 

 

 

 

 

หลังจากผ่านมื้อกลางวันสุดหฤโหดมากได้ ก็ถึงเวลาเช็คอินที่โรงแรม แต่…ทำไมถึงช้าอย่างเน้!! หลังจากที่เช้คอินได้ โปรดอย่าคิดว่าเราจะได้พักนะ เพราะพนักงานบอกว่ายังไม่ถึงเวลา ยังเข้าพักไม่ได้ (เรื่องมาก_ิบ_าย )

 

 

 

 

เลยตัดสินใจฝากกระเป่าและเดินเล่นบริเวณห้างไปพลางๆจนกว่าถึงเวลาที่เข้าห้องพักได้ และเมื่อถึงที่พักหม่อมแม่ก็บอกว่า อยากเดินย่านซิมซาจุย (เดินอีกแล้วเหรอออ ) นางบอกดิฉันว่าเป็นย่านที่ดังมากนางเลยอยากไปเดินดูมาก

 

 

 

หลังจากที่งกๆงั่กกับระบบ MRT เพราะทุกสายมันเชื่อมต่อกันจนคนที่มาครั้งแรกๆอาจมึน เราเลยไปถึงตรงซิมซาจุย แต่เมื่อดุดีๆในคู่มือเดินทาง เขาบอกว่า ต้องเดินไปอีกสองช่วงตึกกกก!! (กรรม)

 

 

 

และแล้วผ่านไปหนึ่งวันสำหรับวันนี้